Press Release

ลงข่าวประกาศของหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนงานอีเวนต์ได้ที่นี่ครับ

คอร์สประจำเดือน มกราคม 2556 : คอร์สำหรับผู้เริ่มต้นพัฒนาเกม

คอร์สรอบนี้โปรเกมมิ่งเน้นคอร์สทางด้านการพัฒนาเกมเพื่อตอบโจทย์ให้กับเพื่อนๆ ที่ต้องการพัฒนาเกมด้วยตนเอง เรามีคอร์สเริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบเกม จนถึงการปูพื้นฐานด้านกราฟิก และ การพัฒนาโปรแกรม ให้เพื่อนๆให้เลือกเรียนหลากหลายคอร์สด้วยกัน

คอร์ส Game Desing and Production : เป็นคอร์สการบรรยายกึ่งปฏิบัติ โดยผู้เรียนจะได้เรียนรู้ทฤษฎีในการออกแบบและจัดการโปรเจค จากนั้นผู้สอนจะมีโจทย์ให้ผู้เรียนใช้เวลาพูดคุยกัน ออกความเห็น และนำเสนอแนวความคิดของตนเอง

คอร์ส Unity : คอร์สนี้ปูพื้นฐานของการใช้ Unity ในการพัฒนาเกมสามมิติ ผู้เรียนจะได้พัฒนาเกมด้วยตนเอง

คอร์ส Unity Workshop : ฝึกฝนและส่งเสริมให้ผู้เรียนนำความรู้เกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรม Unity มาสร้างสรรค์ผลงานเป็นเกมในรูปแบบต่างๆ

คอร์ส Unreal : เป็นคอร์สสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นพัฒนาเกมด้วย UDK (Unreal Development Kit) โดยเนื้อหาในคอร์สจะเริ่มต้้งแต่การใช้งานเบื้องต้นไปถึงการสร้างฉากในเกมที่มีความสมบูรณ์

สนใจสมัครหรือสอบถาม ติดต่อเราด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

Tel. 02 641-9596

website : www.progaming.co.th

facebook : facebook/progaming.co.th

(อย่าลืมมากด like กันนะคะ ขอบคุณค่ะ :P )

อบรมการเขียนโปรแกรม iPhone/iPad รุ่นประจำเดือนธันวาคม 2555

หลักสูตรการเขียนโปรแกรม iOS สำหรับ iPhone และ iPad
iOS Programming Development for the iPhone & iPad

รายละเอียดการอบรม เดือนธันวาคม 2555

สถานที่อบรม:

กรุงเทพ ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ รอบวันธรรมดา วันจันทร์ที่ 24-27 ธันวาคม 2555 เวลา 9.00-16.00 น.

ค่าอบรม : 8,560 บาท
พร้อมเอกสาร และอาหารว่างเช้าบ่ายครบครัน
ภาษา : ไทย

ผู้สอน : ทีมงานนักพัฒนาและผู้เชี่ยวชาญจากโมไบล์แอพ ไอแมทธิโอ

วัตถุประสงค์ :

เพื่อส่งเสริมการให้ความรู้พื้ิ้นฐานเกี่ยวกับการพัฒนาโปรแกรมสำหรับระบบปฎิบัติการ iOS (iPhone และ iPad)
เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเรียนรู้และเข้าใจการใช้เครื่องมือต่างๆ ในการพัฒนาโปรแกรม
เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเรียนรู้และเข้าใจการพัฒนาโปรแกรมและสามารถเลือกใช้งาน API ในประเภทต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถพัฒนาโปรแกรมได้และสามารถส่งโปรแกรมไปเผยแพร่หรือจำหน่ายได้ บน Apple App store.
เพื่อ ส่งเสริมศักยภาพของนักพัฒนา iOS แอพพลิเคชั่น ให้สามารถพัฒนาแอพฯที่ทำงานได้จริงและตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานทั่ว โลก โดยเฉพาะโอกาสในการเปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558
ผู้ควรเข้าอบรม :
ผู้ซึ่งสนใจการพัฒนาโปรแกรมสำหรับ iPhone และ iPad
ผู้เข้าอบรมควรมีความเข้าใจแนวคิดในการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (Object Oriented Programming Concept)
ประโยชน์ที่ได้รับ :
การอบรมเน้นภาคปฏิบัติ โดยฝึกพัฒนาจากกรณีศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้นำไปพัฒนาในระบบงานต่าง ๆ ได้จริง
ผู้เข้าอบรมจะเข้าใจความรู้พื้นฐาน และสถาปัตยกรรมระบบ ตลอดจนกระบวนการพัฒนาโปรแกรมสำหรับตระกูล iOS ได้
ผู้เข้าอบรมจะสามารถพัฒนาโปรแกรมได้ โดยสามารถเลือกใช้เทคนิคและวิธีการต่าง ๆ ในการพัฒนาและแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สามารถเพิ่มพูนศักยภาพของผู้เข้าอบรมในการแข่งขันกับตลาดแรงงาน

เนื้อหา:

สถาปัตยกรรมระบบ iOS และ เครื่องมือสำหรับการพัฒนาแอพบน iOS
ภาษาและหลักการเขียนโปรแกรมภาษา Objective-C
หลักและวิธีการของ Design Patterns ชนิดต่าง ๆ
หลักการออกแบบและเขียน iOS Application
วงจรชีวิตการทำงานของแอพฯ, UIViewController และเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
การใช้งาน Widgets ประเภทต่างๆ เช่น UILabel, UITextField, UIImageView, ฯลฯ เป็นต้น
การเขียนโปรแกรมด้าน UITableView Controller
การเขียนโปรแกรมให้รองรับการหมุนหน้าจอ (Screen Rotation)
การใช้งาน IBAction and IBOutlet
การใช้งาน Storyboard
การเขียนโปรแกรมประเภท Navigation App
การเขียนโปรแกรมประเภท Tab Bar App
การเขียนโปรแกรมรองรับการทำงานบน iPAD
การจัดการข้อมูล ระดับพื้นฐานรูปแบบต่าง ๆ
การจัดการข้อมูลด้วย SQLite
การเขียนโปรแกรมเพื่อเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต
การเขียนโปรแกรมด้าน Location Based
การเขียนโปรแกรมเพื่อจัดการเกี่ยวกับเสียง (Audio)

เงื่อนไขการอบรม

ผู้เรียนต้องนำเครื่องคอมพิวเตอร์แมค ที่ติดตั้ง XCODE รุ่นล่าสุด ซึ่งท่านสามารถ Download ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ จาก Apple Store ทั้งนี้ หากท่านพบข้อสงสัยหรือมีปัญหาใด ๆ กรุณาติดต่อสอบถามได้ที่อีเมลล์ info@imattio.com
กรณีท่านไม่มีเครื่อง กรุณาแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เพื่อเช่ายืมเครื่องต่อไป (มีค่าใช้จ่าย)
ขอสงวนสิทธิ์การอบรม ต้องมีผู้เข้าอบรมอย่างน้อย 6 คนต่อรุ่น
เรียน จบแล้ว ไม่เข้าใจ สามารถมาเรียนใหม่ได้ ภายในระยะเวลา 6 เดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เรียนในแต่ละรอบ)

การสมัครเข้าอบรม: ยืนยันการเข้าอบรมโดยการส่ง ชื่อ-นามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เข้าอบรม มาที่ info@imattio.com

ติดต่อสอบถาม : อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.imattio.com/index.php/training/ios หากมีข้อสงสัยประการใด กรุณาติดต่อสอบถาม โทร: +6681-527-3988 Email: info@imattio.com

ซีเอ เทคโนโลยี เปิดตัว CA Service Management ซีเอ เทคโนโลยี เปิดตัว CA Service Management เพิ่มมูลค่าธุรกิจได้มากขึ้น

CA Technologies ได้ประกาศเปิดตัว CA IT Asset Manager และ CA Service Desk Manager ช่วยขับเคลื่อนองค์กรด้านไอทีให้ทำงานได้อย่างชาญฉลาดขึ้น ลดความเสี่ยง และส่งมอบคุณค่าทางธุรกิจได้มากขึ้น

CA IT Asset Manager 12.7 ช่วยให้องค์กรด้านไอทีได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการให้สิทธิ์และการใช้ใบอนุญาตซอฟต์แวร์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการตรวจสอบและลดค่าใช้จ่ายที่เกินงบ นอกจากนี้ยังมอบความชาญฉลาดและระบบอัตโนมัติซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพให้การจัดสรรทรัพยากร ประกันการปฏิบัติตามข้อบังคับ และตอบสนองข้อกำหนดของการตรวจสอบ คุณสมบัติใหม่ช่วยให้ลูกค้า:

•ระบุได้อย่างรวดเร็ว ถึงฮาร์ดแวร์และสินทรัพย์ซอฟต์แวร์ใดที่กำลังใช้งานอยู่และ/หรือที่มีอยู่
•เพิ่มประสิทธิภาพ ในการพูลและกระจายใบอนุญาตซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ และหลีกเลี่ยงการซื้อเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น
•ลดความเสี่ยง ของการตรวจสอบใบอนุญาต และลดค่าใช้จ่ายในการตอบสนองต่อใบอนุญาตนั้นๆ
•ปรับปรุงการตัดสินใจทางการเงิน และช่วยให้สามารถจัดสรรค่าใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์ได้แม่นยำมากขึ้นสำหรับหน่วยงานทางธุรกิจ ตำแหน่งที่ตั้ง โครงการ ฯลฯ

"เราขอชื่นชมการลงทุนเชิงรุกของ CA Technologies ที่ทุ่มเทให้กับการจัดการสินทรัพย์ด้านซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง และเราก็รู้สนใจมากในกับฟังก์ชันการทำงานที่กว้างขึ้นและลึกซึ้งขึ้นที่พวกเขานำไปพัฒนาใน CA IT Asset Manager" Scott D. Dresen รองประธานฝ่ายบริการสารสนเทศของศูนย์เทคโนโลยีและโซลูชั่นสารสนเทศแห่ง Spectrum Health กล่าว "เราใช้ประโยชน์จาก CA IT Asset Manager เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์ของเราได้อย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งยังลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาตที่ไม่สอดคล้องกับข้อบังคับ และเราก็คาดว่าจะได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้นจากการปรับปรุงใหม่ๆ อีกด้วย"

CA IT Asset Manager เป็นองค์ประกอบหลักของโซลูชั่น CA Service Management ที่ช่วยองค์กรปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและปรับเปลี่ยนกระบวนการหลักในการจัดการให้มีความเป็นอัตโนมัติ

"สภาพแวดล้อมด้านไอทีขององค์กรประกอบด้วยสินทรัพย์ลงทุนที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง ซึ่งอาจทำให้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยที่จะจัดการและจัดสรร" Lokesh Jindal ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายโซลูชั่นการจัดการบริการและสินทรัพย์ลงทุนของ CA Technologies กล่าว "CA IT Asset Manager 12.7 มีเอกลักษณ์ในการช่วยให้ลูกค้าเอาชนะความซับซ้อนเพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดขึ้น ซึ่งจะให้ช่วยประหยัดเงินไปพร้อมๆ กับการสร้างความมั่นใจว่าการให้บริการสำหรับผู้ใช้ขั้นปลายจะมีระดับดีที่สุด"

CA Service Desk Manager 12.7

CA Service Desk 12.7 มีการปรับปรุงความสามารถอันหลากหลายที่ช่วยปรับปรุงผลผลิตและช่วยลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหนือชั้น การปรับปรุงความสามารถที่สำคัญ:

•ยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ด้วยคุณสมบัติด้านความคล่องตัว ที่ช่วยให้ทีมงานบริการภาคสนามสามารถปฏิบัติงานผ่าน PDA และ iPad ได้ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ด้านการสนับสนุน
•ลดความเสี่ยงทางธุรกิจโดยการยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลง CMDB ได้รับอนุญาตอย่างเหมาะสม และมีนโยบายการแก้ไขแบบอัตโนมัติสำหรับผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างเหมาะสม
•เพิ่มผลผลิตด้วยเนื้อหาวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดของ ITIL ที่ส่งมอบโดยตรงในรูปแบบของเอกสาร ไดอะแกรม และเวิร์กโฟลว์ที่สร้างไว้ล่วงหน้า

"ในแง่ของการดำเนินงาน องค์กรด้านไอทีของลูกค้าของเราสามารถได้รับประโยชน์มหาศาลโดยการนำ CMDB มาประยุกต์ใช้กับการจัดการการเปลี่ยนแปลง ซึ่งยังทำงานร่วมกับการจัดการเหตุการณ์และกระบวนการการแก้ไขปัญหาของพวกเขาได้อีกด้วย" Beth Gebrai
รองประธานฝ่ายความเป็นผู้นำด้านกระบวนการของ Stefanini ซึ่งเป็นผู้ให้บริการที่มีการจัดการของ CA Technologies กล่าว "การปรับปรุงความสามารถล่าสุดจาก CA Technologies จะช่วยให้ Stefanini สามารถพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และเพิ่มมูลค่าให้ลูกค้าของเราได้ ทั้งยังเป็นสิ่งที่ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวของ CA ที่ทุ่มเทให้กับความสามารถในการจัดการบริการอันทรงประสิทธิภาพและครบวงจร เพื่อช่วยทำให้ลูกค้าของเราประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล แม้ว่าสภาพแวดล้อมด้านไอทีของพวกเขาจะมีขนาดใหญ่ขึ้นและซับซ้อนมากขึ้นก็ตาม"

เกี่ยวกับ CA Technologies
CA Technologies (NASDAQ: CA) ให้บริการโซลูชั่นการจัดการด้านไอทีซึ่งช่วยเหลือลูกค้าในการจัดการและรักษาความปลอดภัยสภาพแวดล้อมด้านไอทีที่ซับซ้อนเพื่อสนับสนุนบริการทางธุรกิจที่คล่องตัว องค์กรต่างๆ นำซอฟต์แวร์ของ CA Technologies และโซลูชั่นของ SaaS มาใช้ในการเร่งรัดพัฒนานวัตกรรม เปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐาน และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและข้อมูลประจำตัว ตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลไปจนถึงคลาวด์ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ CA Technologies ได้ที่ www.ca.com

อำพลฟูดส์ ธุรกิจที่ส่งต่อนวัตกรรมอาหารผ่านเทคโนโลยีแห่งการสื่อสาร

Photobucket
กว่า 2 ทศวรรษของอำพลฟูดส์ บริษัทผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของประเทศ ได้ยืนยันจากความสำเร็จของตนจากผลิตภัณฑ์หลักอย่าง “กะทิชาวเกาะและน้ำแกงพร้อมปรุงรอยไทย” ที่พร้อมจะแสดงศักยภาพอาหารของไทย เพื่อส่งออกไปกว่า 69 ประเทศทั่วโลก ด้วยวิสัยทัศน์ของอำพลฟูดส์ในปัจจุบันที่กว้างไกล และเน้นให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นอย่างยิ่ง

“เดิมเราตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของอาหารและเครื่องดื่มของไทย แต่ปัจจุบันมองไประดับอาเซียนและระดับโลกมากขึ้น” คุณกฤษฎา โสภา ผู้จัดการฝ่ายการตลาด เกริ่นถึงแนวความคิดของอำพลฟูดส์

“สินค้าของเรามีจำหน่ายทั่วประเทศ ในไทยสินค้าหลักของเรา คือ กะทิ คนไทยบริโภคกะทิทุกวัน เมื่อก่อนคนไทยยังมองกะทิสดกับกะทิกล่องต่างกัน แต่วันนี้ความรู้สึกนี้ค่อยๆเปลี่ยนไป ทำให้อัตราการหมุนเวียนของกะทิกล่องบน Shelf มากขึ้นแบบทวีคูณ กะทิกล่องกลายเป็นสินค้าขายดี ส่งผลให้รอบการสั่งเร็วขึ้น เซลล์ของบริษัทต้อง Take order ให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้ลูกค้าของเรามีปัญหาเรื่องไม่มีสินค้า ก่อนหน้านี้เราใช้วิธีการให้พนักงานส่งเมล์ order สินค้า หรือเช็ครายละเอียดต่างๆ ที่บริษัทส่งให้ โดยการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตตามโรงแรม หรือร้านเน็ตต่างๆ ซึ่งก็ทำให้เกิดความไม่สะดวกและไม่รวดเร็ว ประกอบกับเซลล์ของเราไม่ค่อยอยู่ออฟฟิศ เพราะต้องคอยดูแลลูกค้าอยู่ทั่วประเทศ และด้วย Positioning ของ Product เรา คือ จะไม่ออกสินค้าตามใคร สินค้าทุกตัวจะเป็นสินค้าที่ยังไม่มีในตลาด เพราะฉะนั้น เราจึงให้ความสำคัญกับการวิจัยมาก เราใส่คำว่า Innovation เข้าไปใน vision ของเราเลย แล้วใน vision เราบอกเลยว่าต้องใช้เทคโนโลยีทั้งหมด ซึ่งสารสนเทศเป็นอย่างหนึ่งที่เราให้ความสำคัญ เราจึงมองหาเทคโนโลยีเพื่อมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดต่อ แล้วเราก็พบว่าเอไอเอสมีบริการ AIS PushMail ที่จะช่วยเราได้”

AIS PushMail คือ บริการที่ช่วยให้คนในองค์กรสามารถใช้โทรศัพท์มือถือในการรับส่งอีเมล์ได้ทั่วประเทศ ด้วยการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของบริษัท พนักงานสามารถเรียกดูไฟล์ต่างๆ ที่แนบมาได้ ทั้งไฟล์ Word, Excel, PowerPoint หรือ PDF ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนผ่านเครือข่ายคุณภาพจากเอไอเอส และยังรองรับการใช้งานส่วนบุคคล เช่นรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ ตารางนัดหมายที่สามารถปรับปลี่ยนและกำหนดได้ด้วยตัวเอง และที่สำคัญยังมั่นใจได้ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่จะทำให้ข้อมูลไม่รั่วไหลด้วย

"นอกจากบริการ AIS PushMail แล้ว เรายังใช้อีกหนึ่งบริการของเอไอเอส คือ AIS Smart Tracking Plus ที่ช่วยติดตามตรวจสอบตำแหน่งปัจจุบันของรถส่งสินค้าของบริษัท ด้วยเทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS แบบเรียลไทม์ ผ่านเครือข่ายคุณภาพของเอไอเอสที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพราะทำให้เรารู้ด้วยว่าพนักงานออกนอกเส้นทางรึเปล่า ถึงที่หมายในกำหนดไหม บริการนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการและวางแผนควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัท การติดตามตำแหน่งรถก็สามารถทำได้ตลอด 24 ชม. ใช้งานง่าย ไม่ว่าจะเป็นบนคอมพิวเตอร์บริษัท, แท๊บเล็ต, มือถือ เพียงแค่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต” คุณกฤษฎาเล่ายาว ก่อนสรุปถึงแนวคิดและวิสัยทัศน์ของอำพลฟูดส์

“ผมนึกภาพเล่นๆ ว่า ถ้าเซลล์เราไม่มี AIS PushMail เขาจะต้องพกอะไรติดตัวบ้าง ก็จะมีทั้งเป็นแฟ้มเอกสารมากมายซองจดหมาย มีสิ่งต่างๆ ดูวุ่นวายพะรุงพะรังไปหมดเลย” นักบริหารหนุ่มกล่าวกลั้วเสียงหัวเราะด้วยอารมณ์ดี ก่อนจะยิ้มแล้วปิดบทสนทนา

“ผมคิดว่าทุกอย่างมันควรจะไปอยู่ใน Smart Phone ตรงนี้มันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร ลดความล่าช้าทำให้กระบวนการทั้งหมดเร็วขึ้น และเมื่อทุกอย่างถูกต้องรวดเร็ว แน่นอนที่สุดว่าเราก็จะมีเวลาในการให้ความสำคัญกับลูกค้ามากขึ้นซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ”

สนใจบริการ AIS PushMail บริการรับส่งอีเมล์ผ่านมือถือ และพบกับอีกหลากหลายบริการ จาก AIS Business Solutions เพื่อความสำเร็จของธุรกิจทุกประเภท สามารถติดต่อได้ที่ AIS CORPORATE CALL CENTER โทร. 1149 หรือ คลิก www.ais.co.th/business

EMC สรุปตลาดปี 2555 และคาดการณ์แนวโน้มเทคโลยีปี 2556

ทบทวนเหตุการณ์ในปี 2555

นายนฐกร พจนสัจ
ผู้จัดการประจำประเทศไทย
บริษัท อีเอ็มซี อินฟอร์เมชั่น ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด

สถานการณ์ในปี 2555 – ความเฟื่องฟูของบิ๊กดาต้า

ในช่วงปี 2555 แวดวงอุตสาหกรรมมีการปรับใช้เทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งอย่างจริงจังและแพร่หลาย แต่ขณะเดียวกัน องค์กรต่างๆ ก็ต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องของโมบิลิตี้กันอย่างกว้างขวาง โดยเป็นผลมาจากกระแสการนำเอาอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ในที่ทำงาน (Bring Your Own Device – BYOD) และการนำเอาเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคมาปรับใช้ภายในองค์กร (Consumerization of IT) องค์กรธุรกิจต่างๆ ได้สำรวจตรวจสอบและเริ่มต้นใช้เทคโนโลยีที่ช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดหยุ่น โดยอาศัยเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่รองรับระบบคลาวด์ ซึ่งรองรับการใช้งานที่ราบรื่น ปลอดภัย และสอดรับกับความต้องการของผู้ใช้ การใช้อุปกรณ์พกพาอัจฉริยะกันอย่างแพร่หลายช่วยเพิ่มความสะดวกในการสร้าง ใช้งาน และแชร์ข้อมูลจำนวนมหาศาลด้วยความเร็วสูง ส่งผลให้องค์กรธุรกิจต่างๆ ต้องมองหาหนทางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการจัดการและใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้จ่ายงบประมาณด้านไอที ตามที่ Canalys รายงานว่า การปฏิรูปดาต้าเซ็นเตอร์จะส่งผลให้มีการใช้จ่ายงบประมาณ 128,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ เพิ่มขึ้น 6 เปอร์เซ็นต์จากปี 2554 โดยภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกคิดเป็นสัดส่วนหนึ่งในสี่ของการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกในช่วง 5 ปี[1]

องค์กรธุรกิจมากมายกำลังปรับใช้เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ เพื่อปรับปรุงขีดความสามารถในการรับมือกับแนวโน้มบิ๊กดาต้าที่กำลังเติบโตจากแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์กและภายในสภาพแวดล้อมธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของทัศนคติ โดยองค์กรเริ่มมองว่าฝ่ายไอทีเป็นส่วนงานสำคัญที่จะช่วยสร้างมูลค่า แทนที่จะเป็นศูนย์รวมค่าใช้จ่าย

ปรากฏการณ์บิ๊กดาต้าที่เกิดขึ้นส่งผลให้องค์กรธุรกิจต้องทบทวนบทบาทของระบบวิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้า โดยองค์กรธุรกิจกำลังหันมาใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้า เพื่อกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึกทางด้านธุรกิจ และรองรับการตัดสินใจอย่างถูกต้องเหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีการใช้งานเพื่อสาธารณะประโยชน์ เช่น การระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค และการกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง โดยอีเอ็มซีมีบทบาทสำคัญในการชี้นำกระแสแนวโน้มที่ว่านี้

เพื่อสำรวจตรวจสอบผลกระทบทางสังคมของบิ๊กดาต้าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ อีเอ็มซีได้เปิดตัวโครงการที่ระดมทรัพยากรจากทั่วโลก โดยอ้างอิงสมมุติฐานที่ว่า การแสดงผลแบบเรียลไทม์สำหรับข้อมูลที่เก็บรวบรวมผ่านทางดาวเทียม รวมไปถึงเซ็นเซอร์, แท็ก RFID และกล้องและสมาร์ทโฟนที่รองรับ GPS หลายพันล้านเครื่องในทุกที่ทั่วโลก ช่วยให้มนุษย์เราสามารถตรวจจับ ตรวจวัด ทำความเข้าใจ และสร้างผลกระทบต่อแง่มุมต่างๆ ของชีวิตอย่างที่เราไม่เคยนึกฝันมาก่อน

คาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีในปี 2556

นายนฐกร พจนสัจ
ผู้จัดการประจำประเทศไทย
บริษัท อีเอ็มซี อินฟอร์เมชั่น ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด

สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าในปี 2556 – ข้อมูลคาดการณ์จากอีเอ็มซี

สำหรับปี 2556 ที่กำลังจะมาถึง สภาพเศรษฐกิจในเอเชียยังคงสดใส โดยตลาดใหม่ๆ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ[2] ในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ก้าวไปข้างหน้า และขณะเดียวกัน ก็ยังคงมีแรงกดดันอย่างมากสำหรับการปรับปรุงผลประกอบการธุรกิจ ขีดความสามารถด้านการผลิต และยกระดับประสิทธิภาพในการทำงาน

องค์กรที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลพยายามมองหาหนทางที่จะใช้เทคโนโลยีไอทีเพื่อให้บรรลุภารกิจและเป้าหมายสำคัญๆ ทางด้านธุรกิจ ขณะที่องค์กรธุรกิจในเอเชียลงทุนอย่างจริงจังเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น บริษัทวิเคราะห์อุตสาหกรรมอย่าง Canalys ก็คาดการณ์ว่าการลงทุนด้านไอทีทั้งหมดจะขยายตัวที่อัตราเฉลี่ย 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี จนแตะระดับ 152,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2559[3] สอดคล้องกับข้อมูลคาดการณ์เกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านไอทีทั่วโลก โดยบริษัทวิเคราะห์อุตสาหกรรม IDC คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายในส่วนของคลาวด์สตอเรจจะเพิ่มขึ้นจนถึงระดับ 22,600 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2558[4]

อีเอ็มซีคาดหมายว่าจะมีการพัฒนาเติบโตอย่างต่อเนื่องในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้:

  1. การปฏิรูปไอที: แนวโน้มการนำเอาเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคมาปรับใช้ภายในองค์กร (Consumerization of IT) และการนำเอาอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ในที่ทำงาน (Bring Your Own Device – BYOD) กระตุ้นให้เกิดความต้องการสำหรับเทคโนโลยีที่ตอบสนองอย่างฉับไวมากขึ้น และรองรับการเข้าถึงทุกที่ทุกเวลา บนทุกอุปกรณ์ ในลักษณะที่ปลอดภัย เปี่ยมด้วยเสถียรภาพ และปรับขนาดได้อย่างเหมาะสม เทคโนโลยีเวอร์ช่วลไลเซชั่นและบริการคลาวด์มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการปฏิรูปที่ว่านี้ โดยคาดหมายว่าปี 2013 จะเป็นช่วงเวลาที่นำไปสู่การพัฒนาสภาพแวดล้อมไอทีที่สมบูรณ์มากขึ้น โดยความสามารถในการปรับปรุงแอพพลิเคชั่น โครงสร้างพื้นฐาน และการแบ็คอัพข้อมูลนับว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อการขับเคลื่อนธุรกิจในยุคสมัยของโมบิลิตี้และบิสซิเนสอินเทลลิเจนซ์

  2. บิ๊กดาต้า: ปี 2556 จะเป็นช่วงเวลาที่สดใสมากยิ่งขึ้นสำหรับบิ๊กดาต้าและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล เพราะองค์กรธุรกิจต่างๆ พยายามที่จะใช้ประโยชน์จากระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจ และเสริมสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขัน ภายในปี 2559 เอเชีย-แปซิฟิกจะสร้างแทรฟฟิกคลาวด์มากที่สุด นั่นคือ 1.5 เซตตาไบต์ต่อปี[5] องค์กรต่างๆ จะสามารถเก็บเกี่ยวพลังและคุณประโยชน์ของบิ๊กดาต้า เพื่อปรับปรุงความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจและการกลั่นกรองข้อมูลข่าวกรองเพื่อประสิทธิภาพที่สูงกว่าและผลตอบแทนการลงทุนที่ดีกว่า ขณะที่ปัจจุบันมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วสำหรับระบบวิเคราะห์ข้อมูล การ์ทเนอร์และไอดีซีก็รายงานว่า มีปัญหาการขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลสำหรับทำหน้าที่จัดการข้อมูล โดยระบุว่ามีความต้องการตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับบิ๊กดาต้ามากถึงหนึ่งล้านตำแหน่งในบริษัทชั้นนำระดับโลก 1,000 บริษัทภายในปี 2558 แต่จะสามารถบรรจุบุคลากรได้เพียงแค่หนึ่งในสามเท่านั้น[6] บริษัทวิจัย Nucleus ระบุว่าองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อตรวจสอบชุดข้อมูลขนาดใหญ่ที่ซับซ้อนจะได้รับผลตอบแทนการลงทุน 241 เปอร์เซ็นต์[7] องค์กรธุรกิจต่างๆ จำเป็นที่จะต้องจัดเตรียมบุคลากรด้านบิ๊กดาต้าไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อรับมือกับปัญหาท้าทายในช่วงปีหน้า

  3. ระบบไอทีที่น่าเชื่อถือ: เวอร์ช่วลไลเซชั่น, คลาวด์คอมพิวติ้ง, เทคโนโลยีโมบายล์ และแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบิ๊กดาต้า ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อรูปแบบการสร้าง นำเสนอ และจัดการข้อมูลภายในองค์กร ปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นภายในโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงแอพพลิเคชั่น และสภาพแวดล้อมคลาวด์ ส่งผลให้องค์กรต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในรูปแบบใหม่ๆ ด้วยเหตุนี้ องค์กรจำเป็นที่จะต้องพัฒนาระบบและโซลูชั่นที่ช่วยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงดังกล่าว และสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบสำหรับการปกป้องข้อมูลได้อย่างเหมาะสม

ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ท้าทาย อีเอ็มซีมีความพร้อมที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมและเพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้แก่ลูกค้าในการพัฒนาสู่คลาวด์คอมพิวติ้ง โดยช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถจัดเก็บ จัดการ ปกป้อง และวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างคล่องตัว น่าเชื่อถือ และประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น

แวดวงวิศวกรรมชี้ MTA2013 ช่วยสร้างนิยามใหม่ให้วงการ Precision Engineering ของไทย

แวดวงวิศวกรรมชี้ MTA2013 ช่วยสร้างนิยามใหม่ให้วงการ Precision Engineering ของไทย หนึ่งในงานแสดงสินค้าด้านการผลิตที่มีมูลค่าสูงชั้นนำของเอเชียเตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งที่สิงคโปร์ ในเดือนเมษายน 2013

งานแสดงสินค้าด้าน precision engineering ครั้งใหญ่และสำคัญที่สุดของเอเชีย เตรียมกับมาโชว์ความยิ่งใหญ่อีกครั้งภายใต้ชื่องาน MTA ครั้งที่ 19 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-12 เมษายนปีหน้า คาดจะเป็นเวทีพบปะของตัวแทนธุรกิจจากทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมการผลิตหลากหลายแขนงของเอเชีย โดยตัวแทนธุรกิจเหล่านี้มีเป้าหมายเดียวกัน คือ เพื่อสำรวจและเฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย กระจายไปทั่วพื้นที่แสดงสินค้าภายในงานสิงคโปร์ เอ็กซ์โป (Singapore Expo)

นำเสนอเทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมการผลิตในเอเชีย
แม้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับภาคการผลิตแบบดั้งเดิม ความต้องการใช้ชิ้นส่วนที่ไม่ซับซ้อนและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานถูกจัดว่ามีความผันผวนสูงมาก เนื่องจากนโยบายด้านการค้าและการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ประกอบกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ผู้เล่นในภาคอุตสาหกรรมในภูมิภาคตระหนักดีว่าการพัฒนาความรู้และทักษะหลักในการผลิตเพื่อยกระดับห่วงโซ่คุณค่า (value chain) โดยผสมผสานผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเข้าไปในกระบวนการผลิตถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจที่ต้องการปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมใหม่ในธุรกิจ และที่สำคัญที่สุด คือ การคงขีดความสามารถในการแข่งขัน

อุทกภัยครั้งใหญ่ในประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายอย่างหนักถึง 1 ใน 3 ของจำนวนทั้งหมดในประเทศ ส่งผลให้ต้องปิดฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมหลายแห่งในพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ และเกิดการหยุดชะงักอย่างกะทันหันของอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ถือเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศไทย และประเทศนี้ยังคงได้อานิสงส์จากการพัฒนาในหลายๆ ด้านผ่านการฟื้นคืนของกำลังการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมที่เคยได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า ปริมาณการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ลดลงร้อยละ 4.3 ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของโรงงานอุตสาหกรรมที่เริ่มกลับมาเดินสายการผลิตหลังจากได้รับความเสียหายร้ายแรงจากอุทกภัย ขณะนี้เศรษฐกิจของประเทศไทยคาดว่าจะเติบโตร้อยละ 5.5-6.0 ต่อปีในปี 2012 และยังคงเติบโตต่อเนื่องไปจนถึงปี 2013 โดยคาดการณ์อัตราเติบโตไว้ที่ระหว่างร้อยละ 5.5 ถึง 6.5 โดยภาคการผลิตคิดเป็นร้อยละ 40 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นศักยภาพในการเติบโตของภาคการผลิตของไทย หลายบริษัทจึงต้องการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการวิจัยและพัฒนาของพวกเขา งาน MTA2013 นับเป็นงานแสดงสินค้าครั้งสำคัญสำหรับผู้ผลิตจากประเทศไทยที่จะได้สำรวจและเฟ้นหาเทคโนโลยีใหม่ๆ และนวัตกรรมจากทั่วโลก นอกจากนี้ ข้อมูลล่าสุดที่รวบรวมได้จากงานครั้งนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของภาคการผลิตของประเทศ

งาน MTA2013 จะเน้นนำเสนอสินค้าและบริการสู่ภาคการผลิตหลักๆ 4 แขนงใน vertical market หรือตลาดสินค้าและบริการเฉพาะด้าน ได้แก่ อากาศยาน เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่มีความซับซ้อน เทคโนโลยีทางการแพทย์ และน้ำมันและก๊าซ ด้วยความต้องการที่เพิ่มขึ้นในส่วนของเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ทันสมัยและมีขีดความสามารถสูงเพื่อตอบสนองสภาพแวดล้อมในการผลิตที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง งาน MTA2013 จะนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองภาคธุรกิจเหล่านี้โดยเฉพาะสู่ผู้ซื้อในแวดวงอุตสาหกรรม

งาน MTA – นำเสนอผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรมเพื่อคนรุ่นต่อไป
จุดเด่นของงาน MTA ในฐานะเป็นตลาดพรีเมี่ยมสำหรับแบรนด์เครื่องมือทั้งในระดับระหว่างประเทศและภูมิภาค งาน MTA เป็นแพลตฟอร์มสำหรับแบรนด์เครื่องมือที่ต้องการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ล่าสุดของพวกเขาในภูมิภาคเอเชีย

นอกเหนือจากการเป็นแหล่งรวมสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมการผลิตระดับไฮเอ็นด์ในตลาด vertical ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ผู้เข้าชมงาน MTA2013 ยังจะได้พบปะกับบรรดาผู้นำตลาดที่มานำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดและทันสมัยที่สุดของพวกเขาที่ทุ่มเทพัฒนาทั้งวงการ precision engineering และภาคการผลิตแบบดั้งเดิม

ผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการพัฒนาและแนวโน้มต่างๆ ณ งาน MTA2013

นอกจากโซนแสดงสินค้าแล้ว ภายในงานยังมีเวทีประชุมสัมมนาพร้อมกันถึง 2 งาน ได้แก่ icOPEN2013 และ PE COI Annual Conference โดยจะจัดควบคู่ไปกับงาน MTA เป็นครั้งที่ 2 ทั้งนี้ การประชุมนานาชาติว่าด้วยเทคโนโลยี Optics ใน Precision Engineering และ Nanotechnology (icOPEN) เป็นเวทีสำหรับการเลือกเฟ้นเทคโนโลยีล่าสุดในส่วนของ precision engineering และ nanotechnology จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมดังกล่าว งาน icOPEN2013 จัดโดย The Optics and Photonics Society of Singapore ซึ่งจะเน้นย้ำประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการออกแบบ การผลิต และการทดสอบพื้นผิวที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง

ส่วนงาน Precision Engineering Centre of Innovation (PE COI) Annual Conference จัดโดย Singapore Institute of Manufacturing Technology (SIMTech) เป็นกิจกรรม 1 วันเต็มที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 ของงาน MTA2013

เกี่ยวกับสิงคโปร์เอ็กซิบิชั่นเซอร์วิสเซส

บริษัทนี้ถูกจัดตั้งขึ้นในปี 1976 จากนั้นเป็นต้นมา สิงคโปร์เอ็กซิบิชั่นเซอร์วิสเซส (SES) ได้พัฒนาตนเองให้เป็นหนึ่งในผู้จัดนิทรรศการและการประชุมที่มีความสร้างสรรค์และได้รับการยอมรับนับถือมากที่สุดในเอเชีย บริษัทสิงคโปร์เอ็กซิบิชั่นเซอร์วิสเซสเป็นผู้ริเริ่มในอุตสาหกรรมการจัดนิทรรศการของสิงคโปร์ งานมหกรรมของ SES ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับบริษัทต่างๆซึ่งมุ่งหมายที่จะสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจใหม่ๆในเอเชีย ด้วยผลงานด้านงานมหกรรมระดับนานาชาติที่บริการให้กับอุตสาหกรรมการสื่อสาร วิศวกรรม เครื่องจักรและไลฟ์สไตล์ SES จะยังคงพัฒนางานมหกรรมใหม่ๆต่อไปเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด SES ได้ชักจูงผู้ร่วมจัดงานระดับสูงจากต่างแดนอย่างต่อเนื่องด้วยอัตราผู้ร่วมจัดงานต่างชาติที่สูงถึง 80% ในพื้นที่การแสดงงาน SES เป็นสมาชิกของพันธมิตรการจัดนิทรรศการนานาชาติ ซึ่งเป็นเครือข่ายนานาชาติที่มีออฟฟิศกว่า 50 แห่งทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม www.sesallworld.com

โกลบเทคตอกย้ำความเป็นผู้นำ เพิ่มความสามารถบริการแผนที่ออนไลน์ ตอบโจทย์การเดินทางที่สะดวกและแม่นยำ

บริษัท โกลบเทค จำกัด ผู้นำด้านการให้บริการข้อมูลแผนที่ หรือ โลเคชั่น คอนเทนต์ โพรวายเดอร์ (Location Content Provider) รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์นอสตร้า (NOSTRA) ประกาศรุกบริการ แผนที่ออนไลน์ NOSTRA Map Service เต็มรูปแบบ โดยขยายบริการแผนที่ระดับพรีเมี่ยมสู่กลุ่มธุรกิจรีวิวร้านอาหาร โรงแรม หรือธุรกิจประเภทดีลพิเศษ ที่ต้องการเสริมบริการข้อมูลแผนที่ออนไลน์บนเว็บไซต์หรือโมบายแอพพลิเคชั่นให้ลูกค้ามีข้อมูลการเดินทางที่แม่นยำ ด้วยจุดแข็งตำแหน่งสถานที่สำคัญ (POI) ที่มีมากกว่า 860,000 แห่งทั่วประเทศ และถนนตรอกซอกซอยที่ละเอียดมากที่สุดทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

โกลบเทคบริการ API สำหรับเรียกใช้ฟังก์ชันครบถ้วน และเพิ่มความสามารถเต็มขั้น ไม่ว่าจะเป็น ค้นหาสถานที่ ค้นหาสถานที่ใกล้เคียง ค้นหาเส้นทางการเดินทาง ค้นหาพื้นที่ให้บริการในระยะรัศมี เก็บตำแหน่งสถานที่ที่สนใจ แชร์ตำแหน่งผ่านโซเชียลมีเดีย ข้อมูลภาพดาวเทียม และข้อมูลสภาพการจราจร ฯลฯ ทดลองตัวอย่างแผนที่ออนไลน์ Free Service ได้ที่ http://map.nostrmap.com

H PLAY แอพพลิเคชั่นสุดสนุกจาก Truemove H ลุ้นของรางวัลสุดพิเศษอาทิ รถยนต์ฮอนด้า BRIO 1 คัน และของรางวัลอีกมากมาย

H PLAY แอพพลิเคชั่นสุดสนุกจาก Truemove H ที่ให้เพื่อนๆได้สนุกกับเกมส์ลุ้นของรางวัลสุดพิเศษอาทิ รถยนต์ฮอนด้า BRIO Type M/T 1 คัน และ Aircard Power Surf III 21 Mbps.จำนวน 99 เครื่อง รวมมูลค่ากว่าหกแสนบาท! สำหรับแคมเปญเปิดตัวเริ่มสนุกกันได้จนถึงสิ้นปี 2555 กันเลยนะ
ในเกมส์นี้ภารกิจของเราก็คือ ค้นหา “H” ที่อยู่ทั่วพื้นที่ประเทศไทย โดยใช้ Truemove H 3G+ ร่วมเล่นไปพร้อมๆกับเพื่อนๆ ชาวทรูมูฟเอชทั่วประเทศ เพียงแค่คุณมี H PLAY แอพพลิเคชั่น และ เบอร์มือถือ Truemove H 3G+ ก็สามารถร่วมตามล่าหา H ไปกับเราได้เลย! ความสนุกของเกมส์นี้อยู่ที่ว่า เราจะต้องเข้าท้าชิงกับผู้ครอบครอง H ด้วยเกมส์สุดคลาสสิคอย่าง เป่า ยิ้ง ฉุบ และเมื่อเราได้ H มาครอบครองแล้วก็อย่าพึ่งดีใจเพลินหละ เพราะเราต้องเตรียมหลบคู่แข่งขันคนอื่นๆที่จะคอยมาชิง H จากเราด้วย

Android : http://techtalk.truelife.com/detail/2130458
iOS : http://techtalk.truelife.com/detail/2169723

H PLAY ความสนุกรูปแบบใหม่ที่ญาญ่าชวนลูกค้า truemove H มาเล่นด้วยกันไม่ว่าจะอยู่พื้นที่ไหนในประเทศไทย และของรางวัลมากมายอาจเป็นของคุณก็ได้นะคะ 

*ชมคลิปโปรโมท H PLAY ได้ที่นี่เลยค่ะ http://www.youtube.com/watch?v=EKy2xueLlOY

iOS Link : https://itunes.apple.com/th/app/h-play/id571235848?mt=8
Android Link : https://play.google.com/store/apps/details?id=net.appsynth.tcdm.hplay

AIS เอาใจนักธุรกิจ SME ส่งแพ็กเก็จค่าโทรสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียง 199 บาท

 เอไอเอส เอาใจผู้ประกอบการธุรกิจ SME ส่งแพ็กเก็จค่าโทรสุดประหยัด “แพ็กเกจ SMEเลือกได้” เริ่มต้นเพียง 199บาท ที่มาพร้อมอีกหลากหลายแพ็กเก็จให้เลือกซึ่งแถมฟรี SMS 20 ครั้ง/เดือน และคุ้มค่ายิ่งขึ้นด้วยแพ็กเกจเสริม เลือกโทรฟรีในกลุ่ม หรือโทรฟรีในช่วงเวลา เพื่อให้ลูกค้าเอไอเอสในกลุ่มธุรกิจ SME หรือบริษัท ห้างร้าน ขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถช่วยลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพให้ทุกการติดต่อ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้ในแบบที่ต้องการ

   สามารถสมัครแพ็คเก็จ “SME เลือกได้” ได้ตั้งแต่วันนี้-31ธันวาคมนี้ ที่เอไอเอส ช็อป ทุกสาขา ทั่วประเทศ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม AIS CORPORATE CALL CENTER โทร.1149 หรือ www.ais.co.th/sme

แนะนำวิธีการใช้งาน 3 Special Layer ใหม่ บนแผนที่นำทาง Nostra Map Thailand

อัพเดทข่าวสารสำหรับผู้ที่ใช้แอพพลิเคชั่นแผนที่นำทางบนมือถือ NOSTRA Map Thailand วันนี้ NOSTRA ได้เปิด 3 Special Layer ใหม่ในเดือนพฤษจิกายนนี้ ได้แก่
1. Loy Krathong Festival แนะนำสถานที่จัดงานลอยกระทงทั่วประเทศ

  1. Bangkok Book Map แนะนำร้านหนังสือทั่วกรุงเทพฯ

  2. Bangkok bike map แนะนำเส้นทางจักรยานสัญจร
    เรามาดูหน้าตาของแผนที่กันนะค่ะว่าเราจะค้นหาสถานที่ลอยกระทงและร้านหนังสือหรือเส้นทางสัญจรด้วยจักรยานได้อย่างไร???
    เมื่อเพื่อนๆเปิด App Nostra Map Thailand เข้ามาจะเจอแจ้งข่าวสาร Option ใหม่ที่ทาง Nostra Update เพิ่มเติมค่ะ เมื่ออ่านรายละเอียดเรียบร้อยแล้วให้เพื่อนๆกดยอมรับดังรูป

เมื่อกดยอมรับเรียบร้อยแล้วก็จะเข้าสู่หน้าแผนที่ค่ะ แล้วก็สามารถเข้าใช้ฟังก์ชั่นใหม่ได้ตามต้องการ

ต่อไปให้กดเข้าไปที่ ชั้นข้อมูล ดังรูป ต่อไปเรามาดูค่ะว่าถ้าเลือก “เทศกาลลอยกระทง” แล้วจะเป็นอย่างไร

เมื่อเราเลือกฟังก์ชั่น “เทศกาลลอยกระทง” เรียบร้อยแล้วเราจะจะสามารถทราบได้ว่ามีสถานที่ไหนบ้างที่จัดงานเทศกาลลอยกระทง

หากเพื่อนๆคนไหนต้องการหาร้านหนังสือที่ใกล้กับตำแหน่งของเพื่อนๆก็ให้เลือกที่ฟังชั่น “กรุงเทพเมืองหนังสือ” ดังรูป เพียงเท่านี้เพื่อนๆก็จะพบกับร้านหนังสือที่ใกล้กับตำแหน่งของเพื่อนๆแล้วค่ะ

มาถึง Special Layer สุดท้าย คือ “เส้นทางจักรยาน” ตอบรับทุกเส้นทางในการเดินทางสำหรับผู้ที่นิยมใช้จักรยานในการสัญจร
เรามาดูรายละเอียดของเส้นทางจักรยานกันค่ะ มี 3 สีตามระดับความปลอดภัยของเส้นทางการเดินทางด้วยจักรยาน
- สีเขียว ปลอดภัยสูงสุด เพราะเป็นเพียงทางคนเดิน

เพื่อนๆคนไหนที่ยังไม่ได้ดาวน์โหลดแผนที่นำทาง Nostra Map Thailand สามารถดาวน์โหลดผ่าน App Store และ Play Store ได้เลยนะคะ และขอย้ำนะคะว่า "NOSTRA ออก Version ใหม่ 1.2.5 แล้ว ถ้าใครยังไม่อัพเดตเป็น 1.2.5 จะไม่สามารถเห็น 3 Special Layer ใหม่ได้นะคะ หวังว่าเพื่อนๆคงจะได้สนุกกับการเดินทางของ 3 Special Layer ใหม่ในเดือนพฤษจิกายนนี้ เดินทางถูกที่ ถูกต่ำแหน่ง รวดเร็วทันใจ ไปกับ Nostra Map Thailand
ติดตามข่าวสารอัพเดตได้ที่ http://www.nostramap.com/NostraMap/ หรือทางเฟสบุค http://www.facebook.com/NOSTRAMap

อบรมการเขียนโปรแกรม iPhone/iPad รุ่นประจำเดือนธันวาคม 2555

หลักสูตรการเขียนโปรแกรม iOS สำหรับ iPhone และ iPad
iOS Programming Development for the iPhone & iPad

รายละเอียดการอบรม เดือนธันวาคม 2555

สถานที่อบรม:
กรุงเทพ ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ รอบวันธรรมดา วันจันทร์ที่ 17-20 ธันวาคม 2555 เวลา 9.00-16.00 น.
เชียงใหม่ ณ สำนักงานกูรูเฮาส์ โครงการ@Curve ตรงข้ามโรงเรียนมงฟอร์ตประถม จ.เชียงใหม่
รอบวันธรรมดา (เย็น) วันจันทร์ที่ 17- วันพุธที่ 26 ธันวาคม 2555 เวลา 17.00-20.00 น.

ค่าอบรม : 7,490 บาท สำหรับบุคคลทั่วไป
6,420 บาท สำหรับ นักเรียน นิสิต นักศึกษา (ระดับไม่เกินปริญญาตรี)
พร้อมเอกสาร และอาหารว่างเช้าบ่ายครบครัน
ภาษา : ไทย

ผู้สอน : ทีมงานนักพัฒนาและผู้เชี่ยวชาญจากโมไบล์แอพ ไอแมทธิโอ

วัตถุประสงค์ :

เพื่อส่งเสริมการให้ความรู้พื้ิ้นฐานเกี่ยวกับการพัฒนาโปรแกรมสำหรับระบบปฎิบัติการ iOS (iPhone และ iPad)
เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเรียนรู้และเข้าใจการใช้เครื่องมือต่างๆ ในการพัฒนาโปรแกรม
เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเรียนรู้และเข้าใจการพัฒนาโปรแกรมและสามารถเลือกใช้งาน API ในประเภทต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถพัฒนาโปรแกรมได้และสามารถส่งโปรแกรมไปเผยแพร่หรือจำหน่ายได้ บน Apple App store.
เพื่อ ส่งเสริมศักยภาพของนักพัฒนา iOS แอพพลิเคชั่น ให้สามารถพัฒนาแอพฯที่ทำงานได้จริงและตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานทั่ว โลก โดยเฉพาะโอกาสในการเปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558
ผู้ควรเข้าอบรม :
ผู้ซึ่งสนใจการพัฒนาโปรแกรมสำหรับ iPhone และ iPad
ผู้เข้าอบรมควรมีความเข้าใจแนวคิดในการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (Object Oriented Programming Concept)
ประโยชน์ที่ได้รับ :
การอบรมเน้นภาคปฏิบัติ โดยฝึกพัฒนาจากกรณีศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้นำไปพัฒนาในระบบงานต่าง ๆ ได้จริง
ผู้เข้าอบรมจะเข้าใจความรู้พื้นฐาน และสถาปัตยกรรมระบบ ตลอดจนกระบวนการพัฒนาโปรแกรมสำหรับตระกูล iOS ได้
ผู้เข้าอบรมจะสามารถพัฒนาโปรแกรมได้ โดยสามารถเลือกใช้เทคนิคและวิธีการต่าง ๆ ในการพัฒนาและแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สามารถเพิ่มพูนศักยภาพของผู้เข้าอบรมในการแข่งขันกับตลาดแรงงาน

เนื้อหา:

สถาปัตยกรรมระบบ iOS และ เครื่องมือสำหรับการพัฒนาแอพบน iOS
ภาษาและหลักการเขียนโปรแกรมภาษา Objective-C
หลักและวิธีการของ Design Patterns ชนิดต่าง ๆ
หลักการออกแบบและเขียน iOS Application
วงจรชีวิตการทำงานของแอพฯ, UIViewController และเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
การใช้งาน Widgets ประเภทต่างๆ เช่น UILabel, UITextField, UIImageView, ฯลฯ เป็นต้น
การเขียนโปรแกรมด้าน UITableView Controller
การเขียนโปรแกรมให้รองรับการหมุนหน้าจอ (Screen Rotation)
การใช้งาน IBAction and IBOutlet
การใช้งาน Storyboard
การเขียนโปรแกรมประเภท Navigation App
การเขียนโปรแกรมประเภท Tab Bar App
การเขียนโปรแกรมรองรับการทำงานบน iPAD
การจัดการข้อมูล ระดับพื้นฐานรูปแบบต่าง ๆ
การจัดการข้อมูลด้วย SQLite
การเขียนโปรแกรมเพื่อเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต
การเขียนโปรแกรมด้าน Location Based
การเขียนโปรแกรมเพื่อจัดการเกี่ยวกับเสียง (Audio)

เงื่อนไขการอบรม

ผู้เรียนต้องนำเครื่องคอมพิวเตอร์แมค ที่ติดตั้ง XCODE รุ่นล่าสุด ซึ่งท่านสามารถ Download ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ จาก Apple Store ทั้งนี้ หากท่านพบข้อสงสัยหรือมีปัญหาใด ๆ กรุณาติดต่อสอบถามได้ที่อีเมลล์ info@imattio.com
กรณีท่านไม่มีเครื่อง กรุณาแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เพื่อเช่ายืมเครื่องต่อไป (มีค่าใช้จ่าย)
ขอสงวนสิทธิ์การอบรม ต้องมีผู้เข้าอบรมอย่างน้อย 6 คนต่อรุ่น
เรียน จบแล้ว ไม่เข้าใจ สามารถมาเรียนใหม่ได้ ภายในระยะเวลา 6 เดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เรียนในแต่ละรอบ)

การสมัครเข้าอบรม: ยืนยันการเข้าอบรมโดยการส่ง ชื่อ-นามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เข้าอบรม มาที่ info@imattio.com

ติดต่อสอบถาม : อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.imattio.com/index.php/training/ios หากมีข้อสงสัยประการใด กรุณาติดต่อสอบถาม โทร: +6681-527-3988 Email: info@imattio.com

งานประกวดไวน์นานาชาติ FBAT International Wine Challenge 2012 ครั้งที่ 8 ยกระดับมาตรฐานไวน์ไทย รองรับตลาดในประเทศที่กำลังขยาย

งานประกวดไวน์นานาชาติ FBAT International Wine Challenge 2012 ครั้งที่ 8 ยกระดับมาตรฐานไวน์ไทย รองรับตลาดในประเทศที่กำลังขยายตัว

งานประกวดไวน์นานาชาติ FBAT International Wine Challenge 2012 ครั้งที่ 8 ซึ่งจัดโดยสมาคมอาหารและเครื่องดื่มแห่งประเทศไทย (FBAT) เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา ณ งาน Food & Hotel Thailand (FHT) 2012 ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และได้สร้างธุรกิจใหม่ที่น่าสนใจ

การแข่งขันในครั้งนี้ได้เชิญชวนผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายไวน์ทุกรายในประเทศไทย ทั้งที่เป็นผู้ผลิตไวน์หน้าใหม่และซัพพลายเออร์ให้ทำการส่งไวน์ที่ดีที่สุดเข้าประกวดใน 9 รายการและ 2 หมวดหมู่ ตามราคาที่กำหนด ซึ่งได้แก่ ระดับพรีเมี่ยม (ราคาสูงสุด 700 บาท) และระดับซูเปอร์พรีเมี่ยม (ราคา 700 บาทขึ้นไป) โดยมีไวน์ 125 ยี่ห้อจาก 8 บริษัทไวน์ชั้นนำส่งผลงานเข้าประกวด คณะผู้ตัดสินประกอบด้วยผู้แนะนำไวน์มืออาชีพ (Sommelier) และผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์จากประเทศไทยและต่างประเทศ รวมทั้งนายคาเมรอนดักลาส ปรมาจารย์ Sommelier ชื่อดัง

ไวน์ที่ชนะเลิศในแต่ละประเภทจะได้รับถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติ FBAT Wine Challenge Trophy และสติกเกอร์ติดขวด โดยมีรางวัลเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง ซึ่งผู้ผลิตไวน์ทั้งเจ้าเก่าและหน้าใหม่ในวงการต่างก็ได้รับประโยชน์อย่างมากมายจากการส่งไวน์เข้าประกวดในรายการนี้ เพราะผลิตภัณฑ์ไวน์ทั้งหมดจะได้รับการลิ้มชิมรสและได้รับการเลือกสรรโดยผู้เชี่ยวชาญในวงการไวน์ ซึ่งการได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้จะทำให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายยิ่งขึ้นในหมู่ผู้นำเข้าที่มีศักยภาพ รวมถึงผู้จัดจำหน่ายและผู้ซื้อ และไวน์ที่ชนะเลิศและได้รับถ้วยรางวัลและสติกเกอร์ติดขวดก็สามารถนำไปโชว์ได้ทันทีที่งานนิทรรศการ Food & Hotel Thailand (FHT) 2012 ซึ่งทำให้เป็นที่รู้จักได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถนำไปจัดแสดงในงานแสดงสินค้าและงานส่งเสริมธุรกิจการต้อนรับและร้านค้าปลีกได้อีกนับไม่ถ้วน

คณะกรรมการผู้ตัดสินในปีนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญขั้นสุดยอด โดยเป็นผู้แนะนำไวน์ระดับแนวหน้าของเมืองไทยและจากต่างประเทศ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญเรื่องไวน์จากวงการไวน์ในบ้านเรา ทั้งที่มาจากโรงแรมและภัตตาคารชื่อดัง โดยหัวหน้าคณะผู้ตัดสิน ได้แก่ นายคาเมรอน ดักลาส ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำ Guild of Sommeliers และเป็นปรมาจารย์ Master Sommelier ประจำที่ Court of Master Sommeliers และยังเป็นผู้จัดสัมมนาเรื่องไวน์ในงาน FHT2012 อีกด้วย รายชื่อคณะกรรมการทั้งหมด ประกอบด้วย Mr. Sanjog Modgil นายกสมาคมอาหารและเครื่องดื่มแห่งประเทศไทย (FBAT) นายชัยพร พันธุวดีธร แชมป์ Thailand Best Sommelier 2011 และเป็นผู้แนะนำไวน์ (Sommelier) ประจำที่ เซ็นทารา แกรนด์ โฮเทลส์ & รีสอร์ท นายทิวา เย็นวัฒนา ผู้แนะนำไวน์ (Sommelier) ประจำโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ นายไพรัช อินทะพุฒ กูรูไวน์ระดับแถวหน้าของเมืองไทย ประธานสมาคม Thai Sommelier & Gastronomy Association นายเดวิด มิลลิเยร์ (Mr. David Milliere) หัวหน้า ผู้แนะนำไวน์ (Sommelier) นางสาวภารณี จิตรกร ผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ระดับแอดวานซ์ และนายซามูเอล เดวีส์ ผู้แนะนำไวน์ (Sommelier) จากซูม่า กรุงเทพฯ

ผลการตัดสินไวน์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวด FBAT International Wine Challenge 2012 ครั้งที่ 8 แบ่งตามประเภทได้ดังนี้

Champagne/Sparkling - Montaudon Brut Champagne Reserve Premiere NV from Wine Dee Dee Co., Ltd. (Bronze)
Sauvignon Blanc - Hay Maker - MARLBOROUGH SAUVIGNON BLANC 2011 from Siam Winery Trading Plus Co.,Ltd. (Silver)
- 2011 KAITUI Sauvignon Blanc, Markus Schneider, Pfalz, Germany from Fabulous is needed Co., Ltd (Silver)
Chardonnay - MCGUIGAN - BLACK LABEL- CHARDONNAY 2010 from Siam Winery Trading Plus Co.,Ltd. (Bronze)
- Killka Chardonnay 2011 from Bangkok Beer & Beverage Co.,Ltd. (Bronze)
Blended / Other White - Monsoon Valley Chenin Blanc Medium Sweet 2012 from Siam Winery Trading Plus Co.,Ltd. (Bronze)
- Monsoon Valley Muscat Sweet Wine 2012 from Siam Winery Trading Plus Co.,Ltd. (Silver)
Blended Whites / others - Granmonte 2012 Verdelho from Granmonte Co.,Ltd. (Bronze)
Rose - Sakura Rose 2012 from Granmonte Co.,Ltd. (Silver)
Pinot noir - Lightband Pinot Noir 2009 from Wine Dee Dee Co., Ltd. (Gold)
- Sileni Estates The Plateau Pinot Noir 2009 from Bangkok Beer & Beverage Co.,Ltd. (Bronze)
Merlot - Trilogy Essential Merlot 2011 from World Class Wines Company Limited (Silver)
Cabernet Sauvignon - Hugo Casanova Reserva Cabernet Sauvignon 2010 from Wine Dee Dee Co., Ltd. (Silver)
- TEMPUS TWO - PEWTER - Cabernet Sauvignon, Coonawarra 2010 from Siam Winery Trading Plus Co.,Ltd. (Silver)
Blended / Other Red - Cassillero del Diablo - Carmenere 2010 from Siam Winery Trading Plus Co.,Ltd. (Gold)
- Asoke 2009 from Granmonte Co.,Ltd. (Silver)
Syrah / Shiraz - FAMILLE CASTEL - Grande Reserve Syrah 2011 from Siam Winery Trading Plus Co.,Ltd. (Bronze)
- Concerto Shiraz 2010 from Wine Dee Dee Co., Ltd. (Bronze)

รางวัลชนะเลิศโอเวอร์ออล ในประเภทพรีเมียม ได้แก่ Cassillero del Diablo – Carmenere 2010 จากบริษัทสยามไวเนอรี เทรดดิ้ง พลัส จำกัด และรางวัลชนะเลิศโอเวอร์ออล ในประเภทซูเปอร์พรีเมียม ได้แก่ 2011 KAITUI Sauvignon Blanc, Markus Schneider, Pfalz, Germany จากบริษัท Fabulous is needed จำกัด
ขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะเลิศทั้งหมด และพบกันใหม่ ปีหน้า

งานประกวดไวน์นานาชาติ FBAT International Wine Challenge 2013 ครั้งที่ 9 จะจัดอีกครั้งร่วมกับงาน Food & Hotel Thailand (FHT) 2013 ซึ่งจะจัดเป็นครั้งที่ 21 ในปี 2556 ระหว่างวันที่ 4-7 กันยายน 2556 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ วันทิตา พรธนวงษ์ โทรศัพท์ +662 615-1255 ต่อ 123 อีเมล์ wantita@besallworld.com หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.foodhotelthailand.com

Air France ชวนท่องยุโรปใน 1 นาที ได้ลุ้นบินไปปารีสฟรี!

กลับมาอีกครั้ง! กับแอพพลิเคชั่นสุดท้ายของ Sky Adventure ออนไลน์แคมเปญบน Air France Facebook แฟนเพจ ที่ให้นักเดินทางขาลุยทุกท่านได้ไปพิชิตความสนุกเหนือน่านฟ้า พร้อมสิทธิ์ลุ้นบินตรงไป-กลับ กรุงเทพฯ-ปารีส ฟรี! 2 ที่นั่ง

คราวนี้พบกับ“1 Minute in Europe”เกมส์ที่ย้ำความเก๋าของเหล่ากูรูเกี่ยวกับประเทศยุโรปและความไวของเหล่าผู้เล่นในการตอบคำถามซึ่งจะสุ่มคำถามพร้อมตัวเลือกให้ 3 ข้อ โดยคำถามแต่ละข้อจะเกี่ยวข้องกับเมืองในยุโรปที่คุณจะได้ไปเยี่ยมชมในเกมส์มั่นใจข้อไหน คลิกเลย!ตอบให้ถูกเพื่อสะสมไมล์และตอบให้ไวภายใน 1 นาทีโดยคะแนนที่ได้จะนำไปรวมกับเกมส์ทั้งหมดในซีรีย์คุณยังได้ลุ้นรางวัลพิเศษจาก Air France ตลอดระยะเวลาของแคมเปญอีกด้วย

แฟนพันธุ์แท้สายการบิน Air France ห้ามพลาดรางวัลใหญ่อาจเป็นของคุณ!มาสะสมคะแนนให้เยอะๆ กับ
“1 Minute in Europe”และเกมส์อื่นๆในซีรีย์ที่ยังเปิดให้ร่วมสนุกได้จนถึง 20 ธันวาคม 2555 คลิกhttps://www.facebook.com/airfrance/app_455998907745294

สามารถติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นของสายการบินแอร์ฟร้านซ์ได้ที่ www.airfrance.co.th หรือ www.facebook.com/Fly2France.th
หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-610-0808 หรือ 001-800-441-0771

อบรมเขียนโปรแกรม iPhone และ iPad

iMATTIO.com อบรมเขียนโปรแกรม iPhone และ iPad

รุ่นเดือน ธันวาคม 2555

Simple, Free Image and File Hosting at MediaFire

การสมัครเข้าอบรม: ยืนยันการเข้าอบรมโดยการส่ง ชื่อ-นามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เข้าอบรม มาที่ info@imattio.com ติดต่อสอบถาม : อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.imattio.com/index.php/training/ios หากมีข้อสงสัยประการใด กรุณาติดต่อสอบถาม โทร: +6681-527-3988 Email: info@imattio.com

อย่ารอช้ารีบสมัครเลย ในกิจกรรม การแข่งขัน สุดยอดกุ๊กรุ่นจิ๋ว “Wonder Cook Wonder Kids” ลุ้นรับรางวัลรวมกว่า 1 แสนบาท!

บริษัทธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์น้ำมันถั่วเหลืองกุ๊ก ขอชวนน้องๆ หนูๆ ที่มีอายุระหว่าง 6-12 ปี ส่งภาพถ่ายตัวเองคู่กับ อาหาร และผลิตภัณฑ์น้ำมันถั่วเหลืองกุ๊ก พร้อมทั้งคำบรรยายเกี่ยวกับสูตรเด็ดเคล็ดลับของอาหาร ความยาว ประมาณ 3 บรรทัด ส่งมาที่ www.facebook.com/wondercookclub ก่อน 30 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น เพื่อร่วมประกวดในกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ ‘Wonder Cook Wonder Kids’ และลุ้นรับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท พร้อมโอกาสร่วมงานโฆษณาและกิจกรรมกับน้ำมันถั่วเหลืองกุ๊กด้วย

สอบถามเพิ่มเติมที่ประชาสัมพันธ์กิจกรรม
อุ้ม-กวิสรา คะกิจ โทร. 08 1255 6364

แมนไฮมม์ ฉลองความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของระบบซีมูลแคสท์ ในประเทศไทยขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ในธุรกิจยานยนต์ที่ใช้แล้ว

Photobucket

แมนไฮมม์ฉลองความสำเร็จในการให้บริการระบบการประมูลรถยนต์ออนไลน์ในประเทศไทยเป็นปีที่สามแล้ว โดยปัจจุบัน แมนไฮมม์ ซีมูลแคสท์ ได้กลายมาเป็นระบบการประมูลออนไลน์ ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของประเทศไทยจากทั้งผู้ขายและผู้ซื้อรถยนต์

Photobucket

แมนไฮมม์ ซีมูลแคสท์เป็นรายแรกในตลาดที่ทำการประมูลออนไลน์แบบสดๆ ในรูปแบบเรียลไทม์ 100% ลูกค้าทั่วประเทศไทยสามารถเข้าชมรถยนต์ที่กำลังอยู่ในระหว่างการประมูล รถยนต์ที่กำลังจะเข้าประมูล รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์และสถานภาพการติดตามให้ราคา รวมไปถึงการให้ราคาประมูลได้ทันที ด้วยระบบซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาโดยแมนไฮมม์แต่เพียงผู้เดียว พร้อมทั้งได้รับการปรับปรุงอย่างสมบูรณ์ให้เหมาะสมกับประเทศไทย ตลาดภายในประเทศ รวมถึงภาษา ซึ่งซีมูลแคสท์ ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนวงการประมูลและธุรกิจด้านยานยนต์ที้ใช้แล้วในประเทศไทยให้ประสบความสำเร็จต่อไป

“การลงทุนในเทคโนโลยีซีมูลแคสท์ทำให้เราได้บรรลุเป้าหมายในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในประเทศไทยและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นกับลูกค้าซึ่งคือเป้าหมายของธุรกิจเราตลอดมา” คุณไซมอน มอแรน รองประธานบริษัท แมนไฮมม์ เอเชีย แปซิฟิค กล่าว

แมนไฮมม์ ซีมูลแคสท์ได้ถูกเปิดตัวเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มผู้ซื้อและตัวแทนจำหน่าย การนำระบบซีมูลแคสท์มาใช้ในตลาดประเทศไทยส่งผลให้ผู้ซื้อสามารถเลือกใช้ระบบใหม่นี้เพื่อทำการประมูลบนอินเตอร์เน็ตแบบเรียลไทม์ ฉะนั้นระบบนี้จะช่วยเพิ่มประโยชน์ให้แก่ลูกค้าทั่วทั้งประเทศไทย

ระบบมีความปลอดภัยสูงและอำนวยประโยชน์ได้สำหรับทุกคนที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิกกับแมนไฮมม์ โดยที่สามารถเข้าร่วมประมูลได้ไม่ว่าจะอยุ่ที่ไหนของประเทศไทย ลูกค้าสามารถเชื่อมั่นในระบบของแมนไฮมม์ได้เพราะไม่มีผลประโยชน์ได้เสียกับตัวแทนจำหน่ายรถยนต์หรือว่าธุรกิจใดๆ

บริษัท แมนไฮมม์ เอเชีย แปซิฟิค ได้รับการยกย่องอย่างสม่ำเสมอด้วยบริการที่ดีเยี่ยมและนวัตกรรมใหม่ๆ อาทิรางวัล Service Provider of the year (ผู้ให้บริการยอดเยี่ยมแห่งปี) จาก Asia Insurance Industry Awards ในปี พ.ศ.2552 เป็นต้น

ติดตามข่าวสารล่าสุดและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแมนไฮมม์ประเทศไทยได้ทุกช่องทางตามรายละเอียดด้านล่าง

Website: www.manheimthailand.com / www.manheim.com
Twiiter: Twitter@Manheim_TH
Facebook: http://www.facebook.com/pages/Manheim-Asia-Pacific-Ltd/262154337154960
Email: sales@manheim-asia.com
โทร: 02-329-1155 แฟกซ์: 02-329-1500/ 02-329-1501

RIM กำลังจะจัดการประชุมระดับชาติ BlackBerry Jam Asia 2012 ที่กรุงเทพฯ

RIM กำลังจะจัดการประชุมระดับชาติ BlackBerry Jam Asia 2012 ที่กรุงเทพฯ เพื่อเปิดโอกาสให้นักพัฒนาและนักออกแบบแอพพลิเคชั่นบนมือถือได้พบบปะผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ และได้รับประสบการณ์แพลทฟอร์มใหม่ BlackBerry 10 ระหว่างวันที่ 29 – 30 พฤศจิกายน 2555 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงาน BlackBerry Jam Asia 2012 ได้แล้ววันนี้ที่http://bit.ly/Uc0Sz9

Continental confirms fiscal 2012 target. Aiming at faster than market growth rate in 2013.

Continental confirms fiscal 2012 target. Aiming at faster than market growth rate in 2013. Amata City plant to continue increasing vertical integration next year

• In the first nine months of 2012, Continental increased its global sales by 9.1% year-on-year to €24.6 billion.
• Continental Thailand has doubled its sales with a high proportion of export and will continue increasing vertical integration in 2013

Mr. Thomas Chambers, Managing Director, Continental Automotive (Thailand) Co., Ltd., announced Continental Group Q3 2012 operating results in the first nine months of this year. Continental increased its sales by 9.1% year-on-year to €24.6 billion. Based on the first nine months, the company still expects to be able to increase consolidated sales for fiscal 2012 by more than 7% to more than €32.5 billion. In 2011, Continental increased its sales in Asia to approximately €5 billion. Currently, Continental has 43 manufacturing locations in Asia and 30 sales offices. It has 16 joint ventures and 30,000 employees in Asia.

For major challenges in the Thai automotive industry, Mr. Chambers mentioned extremely difficult labor market, human resource management, potential legislation and AEC 2015. While the opportunities are one connected world, eco-friendly tech or green tech and global solutions for global OEMs in the local market.

On ASEAN Economic Community in 2015, he commented that ASEAN automotive market can be unified with these 5 characteristics:
1. Harmonize Automotive Product Standards
2. Improved Fuel quality standards
3. Tax incentive for new technology
4. Labor and skilled worker improvement
5. ASEAN Local Content transparency

Continental’s growth strategies are: to build further growth along the megatrends of the industry – safety, environment, information and affordable cars. In addition it also invests in regional growth, especially in the BRIC countries. For Continental, the top five emerging markets are China, Brazil, Russia, the South East Pacific region - Thailand for example - as well as India. Another strategy is to continue development towards the trend of product platforms. This is because Continental’s OEMs customers are adopting a platform approach that is resulting in volumes of up to a couple of million systems per year.

General Manager Dr. Dirk Janovsky added that 600 million Baht had been allocated for the production increase in 2012, mainly for higher vertical integration. The Amata City Plant is designed to have full capacity production of 2.5 million injectors and 500,000 high pressure pumps. In 2013, Continental will continue increasing vertical integration. Its local content is currently above 40% which is on target, but it is planning for higher percentage of local content of 70%.

Compared to 2011, Amata City Plant has doubled its production and sales with a high proportion of export. As for the increasingly competitive labor market in Thailand, he added that with Continental’s strong brand and high-tech products, the company is successful in recruiting employees needed.

Dr. Narongsak Rattanasuwannachart, Director, Key Account Management and Business Development & Marketing said Continental's main customers in Thailand are Auto Alliance Thailand (Ford and Mazda), Honda, Mitsubishi, Nissan, Suzuki, GM and Ford. For trading business - In 2013, Continental Thailand will have additional 3 programs for 2 customers. Also, the company has started an intensive program called OPPG (Over Proportional Profitable Growth) for its goal to grow faster than the market.

With sales of €30.5 billion in 2011, Continental is among the leading automotive suppliers worldwide. As a supplier of brake systems, systems and components for powertrains and chassis, instrumentation, infotainment solutions, vehicle electronics, tires and technical elastomers, Continental contributes to enhanced driving safety and global climate protection. Continental is also an expert partner in networked automobile communication. Continental currently has approximately 170,000 employees in 46 countries.

“คอนติเนนทอล” คอนเฟิร์มยอดขายทั้งปี 2555 เป็นไปตามเป้า พร้อมแจงกลยุทธ์ดำเนินธุรกิจสำคัญ

“คอนติเนนทอล” คอนเฟิร์มยอดขายทั้งปี 2555 เป็นไปตามเป้า พร้อมแจงกลยุทธ์ดำเนินธุรกิจสำคัญ เล็งขยายกำลังการผลิตต่อเนื่อง ตั้งอัตราเติบโตสูงกว่าตลาด

• 9 เดือนแรกปี 2555 มียอดขายทั่วโลกเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 9.1% อยู่ที่ 24,600 ล้านยูโร
• ยอดขายเพิ่มขึ้น 2 เท่าด้วยสัดส่วนการส่งออกที่สูง และวางแผนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องในปี 2556

มร. โธมัส แชมเบอร์ส กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอนติเนนทอล ออโตโมทีฟ (ประเทศไทย) จำกัด และหัวหน้ากลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิค รับผิดชอบประเทศในกลุ่มอาเซียนและออสเตรเลีย แถลงข่าวผลประกอบการสิ้นสุดไตรมาส 3 ปี 2555 ของบริษัทคอนติเนนทอล คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทแม่ว่า ใน 9 เดือนแรกของปี 2555 คอนติเนนทอลมียอดขายเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 9.1% อยู่ที่ 24,600 ล้านยูโร โดยคาดการณ์ว่าทั้งปี 2555 จะโตมากกว่าปีก่อนหน้า 7% หรือมียอดขายถึงกว่า 32,500 ล้านยูโร ด้านยอดขายในเอเชียอยู่ที่ 5 พันล้านยูโร ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนถึง 43 แห่ง สำนักงานขาย 30 แห่ง บริษัทร่วมลงทุน 16 แห่ง และมีพนักงานทั้งหมด 30,000 คน ในภูมิภาคเอเชีย

สำหรับความท้าทายในอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน เขากล่าวถึงการแข่งขันในตลาดแรงงานฝีมือ การจัดการทรัพยากรบุคคล การออกกฎหมาย และการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2558 ทั้งนี้ โอกาสในการดำเนินธุรกิจสำหรับคอนติเนนทอลนั้น ได้แก่ การที่โลกเชื่อมต่อถึงกันหมด การคิดค้นเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือเทคโนโลยีสีเขียว การตอบโจทย์ความต้องการผู้ผลิตระดับโลกของภูมิภาคด้วยโซลูชั่นของทั่วโลก

นอกจากนี้ เขายังให้ความเห็นว่าตลาดยานยนต์ของอาเซียนจะสามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวได้ต้องมีลักษณะ 5 ประการ:
1. รถยนต์ที่ผลิตต้องมีมาตรฐานการผลิตเดียวกันทั้งภูมิภาค
2. คุณภาพเชื้อเพลิงมีมาตรฐานที่ดีขึ้น
3. มีการให้สิทธิพิเศษด้านภาษีสำหรับการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ
4. ทุกประเทศต่างพัฒนาฝีมือแรงงานให้ดีขึ้น
5. มีการกำหนดการใช้ชิ้นส่วนภายในภูมิภาคอาเซียนที่โปร่งใส

กลยุทธ์สำคัญของคอนติเนนทอล คือ การสร้างการเติบโตต่อเนื่องให้สอดคล้องกับทิศทางเมกะเทรนด์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ในด้านความปลอดภัย การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การสื่อสารและการเชื่อมต่อข้อมูล และการเป็นรถยนต์ราคาประหยัด ควบคู่กับ การเน้นการลงทุนในภูมิภาคที่กำลังเติบโต โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (BRIC) โดยเรียง 5 ลำดับความสำคัญ ได้แก่ จีน บราซิล รัสเซีย กลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกซึ่งรวมประเทศไทย และอินเดีย และเมื่อเทียบกับปี 2554 ยอดขายเพิ่มขึ้น 2 เท่าด้วยสัดส่วนการส่งออกที่สูง และมุ่งพัฒนาไปตามเทรนด์ของการผลิตระบบแพลตฟอร์ม เนื่องจากลูกค้าของบริษัทมีการผลิตในระบบแพลตฟอร์มมากขึ้นเรื่อยๆ

ด้านมร.เดิร์ค ยานอฟสกี้ ผู้จัดการทั่วไปและผู้จัดการโรงงาน กล่าวเสริมว่า ปี 2555 บริษัทลงทุนไป 600 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต และปี 2556 บริษัทจะขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยโรงงานเพาเวอร์เทรนที่อมตะ ซิตี้ มีศักยภาพในการผลิตหัวฉีดเพียโซคอมมอนเรล 2.5 ล้านชิ้นและปั๊มแรงดันสูง 500,000 ชิ้น โดยการผลิตเต็มศักยภาพจะบรรลุในปี 2558 ปัจจุบัน บริษัทใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากกว่า 40% และจะเพิ่มให้ถึง 70% ในอนาคต

เขาเปิดเผยว่า เมื่อเทียบกับปี 2554 ยอดการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เช่นเดียวกับการขายที่เพิ่มขึ้น 2 เท่าด้วยสัดส่วนการส่งออกที่สูง และสำหรับกรณีตลาดแรงงานไทยที่แข่งขันกันสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยชื่อเสียงที่ดีและผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย คอนติเนนทอลจึงประสบความสำเร็จในการหาแรงงานฝีมือที่ต้องการได้

ดร.ณรงค์ศักดิ์ รัตนสุวรรณชาติ ผู้อำนวยการประจำหน่วยงานบริหารการขายและลูกค้าสัมพันธ์และหน่วยงานวางแผนพัฒนาธุรกิจและการตลาด กล่าวเสริมด้านการพัฒนาธุรกิจและการบริหารลูกค้า ว่าปัจจุบันลูกค้าหลักในประเทศไทยของบริษัทคือ ออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (ฟอร์ดและมาสด้า) และลูกค้ารายอื่นได้แก่ ฮอนด้า มิตซูบิชิ นิสสัน ซูซูกิ จีเอ็ม และฟอร์ด และสำหรับธุรกิจเทรดดิ้งปี 2556 บริษัทจะมีโครงการเพิ่ม 3 โครงการ สำหรับลูกค้า 2 ราย นอกจากนี้บริษัทยังใช้แผนการดำเนินงานที่ตั้งอัตราการเติบโตของบริษัทสูงกว่าของตลาดอีกด้วย

ด้วยยอดขาย 30,500 ล้านยูโรในปี 2554 ทำให้คอนติเนนทอลจัดอยู่ในกลุ่มบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำของโลก ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตระบบเบรค ระบบและชิ้นส่วนของธุรกิจระบบส่งกำลังและแชสซี ชุดอุปกรณ์เครื่องมือ วิธีการแบบอินโฟเทนเมนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกสำหรับยานยนต์ ยางรถยนต์และยางเฉพาะทางอิลาสโทเมอร์ คอนติเนนทอลจึงมีส่วนร่วมในการเพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่และป้องกันการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก นอกจากนี้ยังเป็นหุ้นส่วนผู้เชี่ยวชาญในการสร้างเครือข่ายภาคยานยนต์ ปัจจุบันมีพนักงานเกือบ 170,000 คนใน 46 ประเทศ

เปิดสอนหลักสูตรซ่อม ประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์

ศูนย์สอนภาษาและคอมพิวเตอร์